บทเรียนออนไลน์วิชา วิถีโลก ( Global society and Living )
          คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี
 บทที่ 1 วิวัฒนาการทางสังคม เศรษฐกิจและการเมืองการปกครองของสังคมโลก
แบบทดสอบก่อนเรียน

วิวัฒนาการทางสังคมของโลก
       
     สมัยก่อนประวัติศาสตร์

       ยุคหินเก่า
        ยุคหินใหม่
        ยุคโลหะ

     สมัยประวัติศาสตร์
        สมัยโบราณ
        สมัยกลาง
        สมัยใหม่

วิวัฒนาการทางเศรษฐกิจ

     ยุคโบราณ
     ยุคกลาง

     ยุคใหม่
     ปัจจุบัน

วิวัฒนาการทางการเมือง
       การปกครองของโลก


     ยุคก่อนรัฐชาติ
     ยุครัฐชาติ
     ยุคใหม่

แบบทดสอบหลังเรียน

 
ติดต่อผู้สอน

 

สังคมมนุษย์สมัยกลาง

     สมัยกลาง หมายถึงระยะเวลาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 5 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่จักรวรรดิโรมันตะวันตกถูก
พวกอนารยชน
เผ่าเยอรมันเข้าขึ้นครอง จนกระทั่งถึงคริสศตวรรษที่15 ซึ่งเป็นปีที่กรุงคอนสแตนติโน
เปิล  เมืองหลวงของจักรวรรดิโรมันตะวันออก อยู่ได้อิทธิพลของพวกออดโตมันเตอร์กซึ่งนับถือ
ศาสนาอิสลาม  รวมระยะเวลาของสมัยกลางราว 1,000  ปี   สังคมสมัยกลางเป็นสังคมเกษตรกรรม

ไม่มีอุตสาหกรรม
หรือการค้าขาย  ในแง่อารยธรรมกล่าวได้ว่า  สมัยกลางเป็นยุคมืด  ศาสนาคริสต์มี
ีอิทธิพลต่อชิตผู้คนโดยทั่วไป วัดกลายเป็นศูนย์กลางความรู้โดยมีพรและบาทหลวงเป็นผู้สอนอ่าน
เขียนและถ่ายทอดวิทยาการสังคมยุโรปจึงตกอยู่ใต้อิทธิพลของศาสนาคริสต์ ในราวคริสต์ศตวรรษ
ที่ 8 – 9ได้มีการก่อตัวของระบบศักดินาสวามิภักดิ์

     ระบบศักดินาสวามิภักดิ์ หรือ ระบบฟิวดัล   คำว่าฟิวดัล  มาจากภาละตินว่าในภาษาอังกฤษ
หมายถึง Fee หรือ Fief  แปลงว่า  ที่ดิน  ลักษณะสำคัญของระบบฟิวดัลคือ ความผูกพันระหว่างเจ้าของ
ที่ดิน  กับผู้ทำกินในที่ดิน หรือ ผู้รับมอบที่ดิน เรียกว่า วาสซาล  ทั้งลอร์ดและวาสซาลจะต้องทำพิธีสาบาน
ต่อกันว่าจะรักษาพันธะและหน้าที่ของตน กล่าวคือ ลอร์ดจะต้องพิทักษ์รักษาวาสชวลให้ปลอดภัยจากศัตรู
ให้ความยุติธรรมปกป้องคุ้มครอง ส่วนวาสซาลจะต้องช่วยทำงานให้ลอร์ด ทั้งทางด้านการทหารและช่วย
เหลือ
ทางด้านการเงินแก่ลอร์ด  สังคมสมัยกลางแบ่งคนออกเป็น 3 ชั้น  คือ ชนชั้นขุนนางมีหน้าที่ใน
การปกครอง กลุ่มที่สองคือ  สามัญชน  ส่วนใหญ่เป็นชาวนาซึ่งอาศัยอยู่ในที่ดินของขุนนางในลักษณะ
ของทาสติดที่ดิน ชาวนาโดยทั่วไปมีชีวิตที่ลำบากยากไร้  ต้องส่งผลผลิตให้แก่ขุนนาง ชนกลุ่มที่ 3 คือ
พระและนักบวช ซึ่งมีหน้าที่ปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนาคริสต์ ซึ่งสมัยกลางนี้ศาสนาคริสต์มีอิทธิพลมาก
จนกล่าวได้ว่าสมัยกลางเป็นสมัยแห่งศรัทธา ชีวิตผู้คนตั้งแต่เกิดจนตายจะถูกควบคุมด้วยศาสนจักร 
พวกที่ไม่ปฏิบัติตามคำสอนทางศาสนาจะถูกลงโทษด้วยวิธีที่เรียกว่า  บัพพาชนียกรรม

     ศาสนาอิสลาม   ในราวคริสต์ศตวรรษที่ 7   ได้กำเนินศาสนาใหม่คือ  ศาสนาอิสลามโดยมีศาสดา 
ถือ นบีมูฮัมหมัด  ได้ประกาศคำสอนหรือความเชื่อในดิน
แดนตะวันออกกลางและแพร่กระจายไปทั่วจนถึงลุ่มแม่น้ำ
สินธุ  การขยายตัวของศาสนาอิสลามทำให้ภาษาอาหรับ
เป็นที่รู้จักกันแพร่หลายเป็นคู่แข่งสำคัญของศาสนาคริสต์ 
จนทำให้เกิดสงคราศาสนาที่เรียกว่าสงครามครูเสดขึ้น





      
สงครามครูเสด   เป็นสงคราศาสนาที่เกิดขึ้นในระหว่าง ค.ศ. 1095  ถึง ค.ศ. 1272  โดยมีสงคราม
ครั้งสำคัญ ๆ 8 ครั้ง  ชาวคริสต์ในยุโรปได้เดินทางไปสู้รบกับพวกมุสลิมในตะวันออกกลาง จุดประสงค์
สำคัญ คือ การแย่งชิงนครเยรูซาเล็ม  ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาคริสต์แลศาสนาอิสลามสงครามครูเสดทำให้ระบบศักดินาสวามิภักดิ์ถูกทำลายลง  เพราะขุนนางต้องสูญเสียกำลังคนและกำลังทรัพย์ในการรบ  ส่วนทาสติดที่ดินที่อาสาไปรบ  หากรอดชีวิตกลับมาก็ได้เป็นอิสระ อำนาจของขุนนางจึงลดลง  นอกจากสงครามครูเสดยังกระตุ้นกระค้าระหว่างโดลกตะวันตกและโลกตะวันออก พวกนักรบครูเสดได้นำสินค้า เช่นเครื่องเทศ ผ้าไหม  ผ้าชาติน  และผลไม้ชนิดต่าง ๆ   กลับไปเผยแพร่ในยุโรปสังคม 
จึงเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว  เกิดชุมชนเมืองขยายตัวครอบคลุมไปทั่วยุโรปอิทธิพลของ
ศาสนาคริสต์ลดน้อยลง  มีการเรียกร้องให้มีการปฏิรูปศาสนา