Thepsatri Rajabhat University  
line decor
  
line decor
 ิ่
 
 
 

 
 

ความหมายและขอบข่ายของระบบนิเวศ

 

 
 

การดำรงอยู่ของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ สัตว์ พืช ย่อมต้องมีการพึ่งพาอาศัยกันทั้งทางตรงและทางอ้อม ดังนั้นเมื่อเราสังเกตสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบๆ ตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นบนบก ในน้ำ หรือบริเวณใดๆ ก็ตามจะพบสิ่งมีชีวิตต่างๆ อาศัยอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่มเสมอ สิ่งมีชีวิตที่มารวมตัวกันในบริเวณหนึ่งบริเวณใดและมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมในบริเวณนั้นๆ จะเป็นผลให้เกิดระบบนิเวศขึ้นมา

ผู้ที่ใช้คำว่า  "ecosystem ที่แปลว่า ระบบนิเวศ" เป็นคนแรก คือ  เซอร์ อาร์เธอร์ ทานส์เลย์  (Sir Arthur Tansley)  นักนิเวศวิทยาชาวอังกฤษ โดยเริ่มใช้เมื่อ พ.ศ.2478 (ค.ศ.1935) และเป็นคำที่นิยมใช้กันมาจนถึงปัจจุบัน

เกษม จันทร์แก้ว (2544)  ให้ความหมายของระบบนิเวศไว้ว่า "ระบบนิเวศ หมายถึง หน่วยพื้นที่หนึ่งที่มีสรรพสิ่งอยู่ร่วมกัน ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อม ต่างมีความสัมพันธ์ต่อกันและกัน รวมทั้งมีพฤติกรรมและเอกลักษณ์เฉพาะ"

          จากความหมายข้างต้น จะเห็นได้ว่าระบบนิเวศนั้นเป็นหน่วยพื้นที่ ซึ่งจะมีขนาดเล็กหรือกว้างใหญ่เท่าใดก็ได้ ไม่มีข้อจำกัด เช่นบ่อน้ำ บึง ทะเลสาบ ป่าพรุ ป่าชายเลน ทุ่งนา ฯลฯ และในพื้นที่นั้นๆ จะประกอบด้วยสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ร่วมกัน โดยต่างก็มีบทบาทหรือหน้าที่ของตนเอง และสามารถสร้างความสัมพันธ์ที่จะอยู่ร่วมกับสิ่งอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งแวดล้อมของตนเองได้ สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมจะมีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน จึงกล่าวได้ว่าระบบนิเวศเป็นระบบที่เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง
ระบบนิเวศนั้นเป็นแนวคิด (concept) ที่นักนิเวศวิทยาได้นำมาใช้ในการมองโลกและส่วนย่อยๆ ของโลก เพื่อที่จะได้เข้าใจความเป็นไปบนโลกนี้ได้ดีขึ้น เช่นบ่อน้ำแห่งหนึ่งเราจะพบสัตว์และพืชนานาชนิดซึ่งสามารถปรับตัวให้เข้ากับบริเวณบ่อน้ำที่มันอาศัยอยู่ โดยมีจำนวนแตกต่างกันไปตามชนิดของพืชหรือสัตว์นั้นๆ บ่อน้ำนั้นดูเหมือนว่าจะแยกจากบริเวณแวดล้อมอื่นๆ ด้วยขอบบ่อ แต่ตามความเป็นจริงแล้วปริมาณน้ำในบ่อสามารถเพิ่มขึ้นได้  โดยน้ำฝนที่ตกลงมา  ในขณะเดียวกับที่น้ำในบ่อก็จะระเหยไปอยู่ตลอดเวลา  น้ำที่ไหลเข้ามาเพิ่มก็จะพัดพาเอาแร่ธาตุและชิ้นส่วนต่างๆ ของพืชและสัตว์ที่เน่าเปื่อยเข้ามาในบ่อ ตัวอ่อนของยุงและลูกกบตัวเล็กๆ อาศัยอยู่ในบ่อน้ำ แต่จะไปเติบโตบนบก นกและแมลง ซึ่งมีถิ่นที่อยู่นอกบ่อน้ำก็จะมาหาอาหารในบ่อน้ำ การไหลเข้าของสสารและการสูญเสียสสารเช่นนี้ จึงทำให้บ่อน้ำเป็นระบบเปิด (open system) ระบบหนึ่ง
หากมีแร่ธาตุไหลเข้ามาเพิ่มขึ้น ก็จะทำให้การเจริญเติบโตของพืชที่เป็นอาหารของสัตว์น้ำเพิ่มมากขึ้น  ปริมาณสัตว์จึงเพิ่มมากขึ้นด้วย เพราะมีอาหารอุดมสมบูรณ์ แต่เมื่อปริมาณสัตว์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ปริมาณของพืชที่เป็นอาหารจะค่อยๆ ลดน้อยลง  ทำให้ปริมาณสัตว์ค่อยๆ  ลดตามลงไปด้วย เนื่องจากอาหารมีไม่เพียงพอ ดังนั้นบ่อน้ำจึงมีความสามารถในการที่จะควบคุมตัวของมัน (self-regulation)  เองได้  กล่าวคือ  จำนวนและชนิดของสิ่งมีชีวิตทั้งหลายที่อยู่ในบ่อน้ำจะมีจำนวนที่เหมาะสม ทำให้สิ่งมีชีวิตทั้งหลายสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างปกติ ซึ่งเราเรียกได้ว่ามีความสมดุล
บ่อน้ำนี้จึงเป็นหน่วยหนึ่งของธรรมชาติ ที่เราเรียกว่า "ระบบนิเวศ"   จึงกล่าวได้ว่าระบบนิเวศหนึ่งๆ นั้น เป็นโครงสร้างที่เปิดและมีความสามารถในการควบคุมตัวของมันเอง ประกอบไปด้วยประชากรต่างๆ ของสิ่งที่มีชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ไร้ชีวิต   ระบบนิเวศเป็นระบบเปิดที่มีความสัมพันธ์กับบริเวณแวดล้อมโดยมีการแลกเปลี่ยนสสารและพลังงาน  ดังนั้นจึงมีความสัมพันธ์กับระบบนิเวศอื่นๆ ที่อยู่ใกล้ตัว   ชุมชนที่มีชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่ไร้ชีวิตนั้นรวมกันเป็นระบบนิเวศ
ระบบนิเวศมีอยู่ทั่วไปทุกหนแห่ง  โดยมีขนาดและอาณาเขตแตกต่างกันไป     ระบบนิเวศมีทั้งระบบนิเวศธรรมชาติ (natural ecosystem)        และระบบนิเวศที่มนุษย์สร้างขึ้น (man-made ecosystem) แต่ละระบบนิเวศจะประกอบไปด้วยประชากร ชุมชน และสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกันออกไป ถ้าจะรวมลักษณะร่วมของระบบนิเวศทุกระบบแล้ว สามารถกำหนดได้ว่ามีองค์ประกอบที่สำคัญเพียงสององค์ประกอบเท่านั้น คือองค์ประกอบที่เป็นสิ่งมีชีวิตและองค์ประกอบที่เป็นสิ่งไม่มีชีวิต

 



 
 


 
 
 
     
อ.จันทวัน เบ็ญจวรรณ์
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์   ม.ราชภัฏเทพสตรี ถ.นารายณ์มหาราช  ต.ทะเลชุบศร  อ.เมือง จ.ลพบุรี  15000
Tel. 0-3642-7485-93  ต่อ  231  Fax. 0-3641-1150  E-mail : human@tru.ac.th